โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย เช่า บริการ ลด แลก แจก แถม เว็บลงโฆษณาฟรี
เครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ชิงช้าเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน และสินค้า/บริการอื่น ๆ จิปาถะ ที่ไม่เข้าในหมวดหมู่ => ลงประกาศได้ไม่จำกัด => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 11 มกราคม 2026, 12:27:19 น.
-
อันตรายจากการสำลักอาหารขณะให้อาหารสายยาง (https://dseelin.co.th/)
การสำลัก (Aspiration) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ อันตรายที่สุด ของการให้อาหารทางสายยางครับ เพราะหากอาหารหรือน้ำย่อยหลุดเข้าไปในปอดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
นี่คืออันตรายที่เกิดขึ้นและวิธีที่คุณจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นครับ:
1. อันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสำลัก
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): อาหารและน้ำย่อยที่มีแบคทีเรียและมีความเป็นกรดจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อปอด ทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อ มีไข้สูง และหายใจล้มเหลว
การอุดกั้นทางเดินอาหาร: หากเศษอาหารมีขนาดใหญ่ อาจไปอุดหลอดลม ทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจนเฉียบพลัน หน้าเขียว และหมดสติ
การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): หากปอดติดเชื้อรุนแรง เชื้อโรคมักจะหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งอันตรายมากสำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
2. สัญญาณเตือนว่า "สำลักแล้ว" (ต้องหยุดทันที!)
ในขณะที่กำลังให้อาหาร หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้หยุดปล่อยอาหารและพับสายทันที:
ไออย่างรุนแรง หรือไอโขลกๆ
มีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจมีเสียงครืดคราด
หน้าเขียว ปลายมือปลายเท้าเขียว หรือริมฝีปากคล้ำ
มีอาหารพุ่งออกมาทางปากหรือจมูก
3. วิธีป้องกัน "การสำลัก" อย่างถูกต้อง (สำคัญมาก)
การป้องกันทำได้ง่ายกว่าการรักษาครับ โดยยึดหลักดังนี้:
จัดท่าทางให้ถูกต้อง (ท่าสำคัญที่สุด):
ขณะให้อาหาร: ต้องให้ผู้ป่วยนอนหงาย หนุนหลังและศีรษะสูง 30-45 องศา (หรือท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน)
หลังให้อาหาร: ห้ามให้นอนราบทันที ต้องคงท่าศีรษะสูงไว้ต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเคลื่อนลงสู่ลำไส้เล็ก
เช็กตำแหน่งสายก่อนเริ่มมื้ออาหาร:
ตรวจสอบว่าสายไม่ได้เลื่อนออกมา (ดูขีดเครื่องหมาย)
ใช้ไซริงค์ดูดเช็กดูว่ามีน้ำย่อยออกมาไหม หากดูดแล้วไม่มีน้ำย่อยแต่ผู้ป่วยดูเหนื่อยผิดปกติ ห้ามให้อาหารเด็ดขาดเพราะสายอาจหลุดไปอยู่ที่หลอดลม
ตรวจสอบอาหารค้าง (Residual):
ก่อนเริ่มมื้อใหม่ ให้ลองดูดน้ำย่อยดูว่ามีอาหารเหลือจากมื้อเก่าไหม หากเหลือมากกว่า 100-150 มล. แสดงว่ากระเพาะยังไม่ย่อย ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน เพราะหากเติมเข้าไปใหม่จะทำให้อาหารล้นและย้อนกลับขึ้นมาสำลักได้
ปรับความเร็วในการให้:
อย่าปล่อยให้อาหารไหลเร็วเกินไป (ควรใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีต่อมื้อ) ความดันที่มากเกินไปอาจกระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน
4. หากสงสัยว่าผู้ป่วยสำลักไปแล้ว ควรทำอย่างไร?
หยุดให้อาหารทันที และพับสายไว้
จัดให้ผู้ป่วยนอนตะแคง (เพื่อให้อาหารที่เหลือไหลออกทางปาก ไม่ลงปอดเพิ่ม)
ดูดเสมหะ หรือเศษอาหารในช่องปากออก (หากมีเครื่องดูด)
วัดไข้และสังเกตอาการหายใจ หากผู้ป่วยมีไข้ หายใจหอบ หรือซึมลง ต้องส่งโรงพยาบาลทันที แม้อาการจะดูสงบลงแล้วก็ตาม เพราะปอดอักเสบอาจแสดงอาการชัดเจนหลังจากนั้น 6-12 ชั่วโมง
สรุป: การสำลักส่วนใหญ่เกิดจาก "การนอนราบเร็วเกินไปหลังกินเสร็จ" ครับ หากคุณคุมเรื่องท่าทางได้ดี ความเสี่ยงจะลดลงไปกว่า 90% เลยครับ